หน้าแรก Sports 9 เรื่องน่ารู้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี

9 เรื่องน่ารู้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี

360
0

1.การก่อตั้ง ของสโมสรเชลซี

สโมสรเชลซี เริ่มก่อตั้ง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1905 โดย กุส เมียร์ส ก่อนที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์เป็นสนามฟุตบอลก่อนหน้านั้นได้เป็นสนามกรีฑามาก่อน โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้ชื่อว่า ฟูแล่ม เอฟซี แล้วเขาก็เปลี่ยนชื่อ เพราะว่าไปซ้ำกับสโมสรของฟูแล่ม โดยเปลี่ยนเป็น เคนชิงตัน เอฟซี และ สแตมฟอร์ดบริดจ์ เอฟซี หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนมาเป็น ลอนดอน เอฟซี แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เปลี่ยนมาเป็น เชลซี เอฟซี จนชื่อนี้ได้ถูกใช้มายาวนานจนถึงปัจจุบัน

2.สนามเหย้า ทีม เชลซี

สแตมฟอร์ด บริดจ์ (Stamford Bridge) เป็นสนามเหย้าของสโมสรเชลซีตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเริ่มแรก ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1877 แต่ในช่วง 28 ปีแรกของสนาม ได้ถูกใช้เป็นสนามกรีฑาด้วย สนามได้ถูกออกแบบมาโดยบรรจุคนได้ 42,000 คน และในช่วง ปี 2017 – 2018 ได้เพิ่มการบรรจุคนเป็น 60,000 คน

3.สีเสื้อของเชลซี

สีเสื้อของเชลซีแรกเริ่มมาในสีฟ้าอ่อนที่รู้จักกันในชื่อสี “อีตั้น บลู” ซึ่งนำมาจากสีชุดแข่งม้าประจำตัวของท่านลอร์ด คาโดกั้น (ประธานสโมสรเชลซีคนแรก) ก่อนที่เชลซีจะเปลี่ยนมาใช้สีรอยัล บลู เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1907/08

4.แชมป์แรก ของสโมสร

อดีตกองหน้าอาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ก ได้เข้ามาคุมเชลซีใน ค.ศ.1952 และปรับสโมสรให้ทันสมัยด้วยการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และได้ปรับทีมเยาวชนและการซ้อมให้เข้มข้นมากขึ้น และซื้อสตาร์จากลีกสมัครเล่นมากมาย จนกระทั่งพวกเขาได้ถ้วยแรกในประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1954-55 เมื่อพวกเขาได้แชมป์ดิวิชั่น 1 และอันที่จริงเชลซีจะเป็นทีมแรกจากอังกฤษที่ได้ไปฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปด้วยซ้ำ แต่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษห้ามไว้ไม่ให้ไปแข่งขัน

5.เชลซีเคยสวมเสื้อคู่แข่งลงเตะใน พรีเมียร์ลีก

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน ปี 1997 เชลซี มีคิวบุกไปเยือน โคเวนทรี่ ซิตี้ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ ไฮฟิลด์ โร้ด แต่พวกเขากลับไม่ได้สวมยูนิฟอร์มของตัวเองลงแข่ง เพราะในตอนนั้นชุดทีมเหย้าของ โคเวนทรี่ ซิตี้ คือสีฟ้าอ่อน และ เชลซี ก็ไปเยือนด้วยสภาพที่ตอนนั้นมีแค่ชุดเหย้าอย่างเดียว จึงทำให้ทางผู้ตัดสินคิดหาทางออกและผลสุดท้ายก็คือพวกเขาต้องไปเอาชุดเยือนของ โคเวนทรี มาใส่ลงแข่ง โดยเป็นชุดตารางหมากรุกสีดำ-แดงกับกางเกงน้ำเงิน

6.เชลซี คือสโมสรแรกใน พรีเมียร์ลีก ที่ 11 แข้งตัวจริงไม่ใช่คนในสหราชอาณาจักร

ย้อนเวลากลับไปในช่วง บ็อกซิ่ง เดย์ ปี 1999 จานลูก้า วิอัลลี่ ที่เป็นกุนซือ ณ ตอนนั้นได้สร้างประวัติศาสตร์ในระดับ ฟุตบอล ลีก กว่า 111 ปี 3 เดือนกับอีก 17 วัน ด้วยการส่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงลงสนามวันเจอ เซาธ์แฮมป์ตัน แต่กลับไม่มีผู้เล่นชาวบริทิชอยู่เลยสักคนเดียว

เชลซี ชุดไร้แข้งจากแดน สหราชอาณาจักร (4-4-2)
ผู้รักษาประตู : เอ็ด เดอ ฮุย (ฮอลแลนด์)

กองหลัง : อัลเบิร์ต เฟร์เรร์ (สเปน), เซเลสติน บาบายาโร่ (ไนจีเรีย), เอเมอร์สัน โธม (บราซิล), ฟร้องค์ เลอเบิฟ (ฝรั่งเศส)

กองกลาง : แดน เปเตรสคู (โรมาเนีย), ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ (ฝรั่งเศส), กุส โปเยต์ (อุรุกวัย), โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ (อิตาลี)

กองหน้า : (กาบริเอเล่ อัมโบรเซตติ), ทอเร่ อังเดร โฟล (นอร์เวย์)

7.โลโก้ สโมสรเชลซีมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 5 ครั้ง

เชลซีมีโลโก้มากมาย ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเชลซีเปลี่ยนมาแล้วทั้งหมด 5 แบบ ดังนี้

สัญลักษณ์ช่วง 1905-1952

โลโก้นี้คือโลโก้เริ่มแรกของทีมเชลซี ผู้สูงอายุในวงกลมนั้น เป็นหนึ่งในขุนนางที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง โลโก้นี้ไม่เคยใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ บนอกเสื้อนักเตะมาก่อน อย่างไรก็ตาม จะปรากฎในตารางการแข่งขันและในจอทีวีบอกสกอร์ในสนาม

สัญลักษณ์ช่วง 1952-1953

โลโก้ที่สองเริ่มใช้ตั้งแต่ยุคกุนซือเท็ด เดร็คในปี 1952 อดีตกุนซือผู้นี้เป็นผู้ปลุกกระแสให้คิดโลโก้ใหม่แทน The Pensioner และอีกจุดประสงค์หนึ่งก็คือเปลี่ยนชื่อเล่นทีมเป็น The Blues หากเราดูรูปให้ดี เราจะเห็น CFC (Chelsea Football Club) ซ้อนกัน เพราะเหตุนี้ ในสมัยนั้น หากใครบอกว่าพวกเขาคือชาวสีน้ำเงินจะรู้ทันทีว่าเป็นแฟนบอลเชลซี ซึ่งชื่อเล่นใหม่นี้ก็ได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม จนเป็นสีศักดิ์สิทธิ์ของแฟนบอลเชลซีในช่วงนั้น

สัญลักษณ์ช่วง 1953-1986

 โลโก้ที่สามนี้เป็นโลโก้ที่โด่งดังมากที่สุด และเชลซีก็ใช้โลโก้นี้เป็นเวลาถึง 33 ปี โลโก้ด้านนอกนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก แขนของเสื้อนอกของพระชั้นเหนือบิชอฟในเขตมณฑลเชลซี

          ส่วนสิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีทองได้รับต้นแบบมาจากแขนเสื้อของ ขุนนางท่านหนึ่งนามว่า Earl Cadogan ซึ่งในสมัยนั้น ขุนนางผู้นี้เป็นประธานของทีมเชลซี

สัญลักษณ์ช่วง 1986-2005

ในปี 1986 เชลซีได้ปรับสี่โลโก้ให้เป้นโลโก้เดียวทำให้สินค้าของเชลซีพัฒนาและขายได้ โดยเฉพาะเสื้อและลูกฟุตบอล ในขณะที่สิงโตและ  CFC ยืนพื้นและไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งสีน้ำเงินก็ใช้เป็นสีของทีมเชลซีมาตั้งแต่โลโก้แรก

โลโก้นี้ใช้มาถึง 19 ปี แฟนเชลซีจึงจำเชลซีว่าเป็นทีมสิงโตน้ำเงินโดยสมบูรณ์ถึงกระนั้นแฟนบอลและผู้สนับสนุนเชลซีกลับจำโลโก้นี้ได้มากกว่า โลโก้ที่สาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนเชลซีกลับต้องการที่จะกลับไปใช้โลโก้แบบเก่า เพื่อจะนำทีมเชลซีสู่สมัยใหม่ การคิดค้นโลโก้ใหม่จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

สัญลักษณ์ช่วง 2006-ปัจจุบัน

เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2004 ทีมเชลซีจึงได้โลโก้ใหม่ คือ เดือนพฤษภาคม 2005 โดยเอาโลโก้ที่สามเป็นหลัก คือ สิงโตสีน้ำเงิน ถือไม้เท้าสีน้ำเงิน บนพื้นหลังสีขาว ซึ่งความหมาย ของไม้เท้ายังไม่เปลี่ยนแปลง

8.เกียรติประวัติของสโมสร

ภายในประเทศ

ดิวิชั่น 1 / พรีเมียร์ลีก : 1954-1955, 2004-2005, 2005-2006, 2009-2010, 2014-2015, 2016-2017

ดิวิชั่น 2 / แชมเปี้ยนชิพ : 1983-1984, 1988-1989

เอฟเอคัพ : 1969-1970, 1996-1996, 1999-2000, 2006-2007, 2008-2009, 2009-2010, 2011-2012, 2017-2018

อีเอฟแอลคัพ : 1964-1965, 1997-1998, 2004-2005, 2006-2007, 2014-2015

เอฟเอ คอมมิวนิตีชิลด์ / ชาริตีชิวด์ : 1955, 2000, 2005, 2009

ฟูลล์ เมมเบอร์ส คัพ : 1986, 1990

ระดับทวีป

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 2011-2012

ยูฟ่า ยูโรปาลีก : 2012-2013, 2018-2019

ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ : 1970-1971, 1997-1998

ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ : 1998

เอฟเอ ยูธ คัพ : 1960, 1961, 2008, 2010

ระดับโลก

ฟีฟ่า คลับเวิลด์คัพ : 2012

9.สถิติ

  • สถิติผู้ชมสูงสุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดพบกับอาร์เซนอล ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1958 มีผู้ชมเข้ามาชมถึง 182,905 คน
  • สถิติผู้ชมน้อยที่สุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดที่พบกับ ลินคอล์น ซิตี้ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1906 มีผู้ชมเพียง 110 คน
  • สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ จิวเนส ฮัทคาเรจ ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 13-0 ในวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1971
  • สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ วีแกน แอดแลนติก ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 8-0 ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ 2010
  • สถิติแพ้สูงสุด : ในนัดพบกับ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่อัดพวกเขาไป 8-1 ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1953
  • ผู้เล่นในลีกสูงสุด : รอน แฮร์ริส, 655 นัด, 1962-80
  • สถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุด : 68 ล้านปอนด์, อัลวาโร โมราตา จาก เรอัลมาดริด,กรกฎาคม ค.ศ. 2017
  • สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 50 ล้านปอนด์, ออสการ์ ไป เซี่ยงไฮ้เอสไอพีจี, มกราคม ค.ศ. 2017
  • นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดใน 1 ฤดูกาล :ดิดิเย่ร์ ดรอกบา , 37 ประตู , 2009-2010
  • นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดในช่วงที่อยู่กับเชลซี : แฟรงค์ แลมพาร์ด, 211 ประตู, 2001-2014
  • ยิงประตูรวมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก : 103 ประตู, 2009-10

เป็นไงกันบ้างครับกับ 9 เรื่องน่ารู้ของเชลซี หวังว่าจะถูกใจสาวกเชลซีไม่มากก็น้อย ฝากติดตามสาระดีๆ จาก Robertiscream กันด้วยนะครับ