หน้าแรก History 3 เรื่องต้องรู้ เกี่ยวกับมาตรา 112

3 เรื่องต้องรู้ เกี่ยวกับมาตรา 112

277
0
มาตรา 112

สถานการณ์ในปัจจุบันทางการเมืองของไทย นั้นมีการเห็นต่างทางด้านการเมืองหลายฝ่าย และได้มีการออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รับฟังความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชน จากการชุมนุมนั้นก็ได้มีการอ้างใช้มาตรา 112 เพื่อดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมบางกลุ่ม

ฉะนั้นผู้เขียนจึงเอาความรู้เล็กๆน้อยๆมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านได้เข้าใจ มาตรา 112 มากขึ้น ว่า มาตรา 112 คืออะไร ว่าด้วยความผิดในเรื่องไหน และบทลงโทษเป็นอย่างไร โดยเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทุกคนจะสามารถเข้าใจกันได้ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามไปดูกันเลยคะ

1 มาตรา 112 คืออะไร ?

ถ้าเอาตามภาษาเราๆ ไม่เป็นภาษากฎหมาย มาตรา 112 คือ ประมวลกฎหมายอาญา ที่พูดถึงในประเด็นของการ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”

ทีนี้ว่าด้วยภาษากฎแบบจริงจังขึ้นมาหน่อย มาตรา 112 คือ ประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๑ เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวด ๑ ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

นั้นหมายความว่า ผู้ที่จะถูกดำเนินคดีนี้ได้ ต้องกระทำตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้อย่างหนึ่งอย่างใด นั้นคือ

1. อาจจะทำการด้วยการหมิ่นประมาท และการหมิ่นประมาทต้องเข้ากับบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการหมิ่นประมาท ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 แต่อย่างไรก็ดียังมีข้อยกเว้นนั้นคือถ้าแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต เช่นนี้คุ้มครองทั้งข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ทำให้เราสามารถวิจารณ์ได้ โดยต้องอยู่ในขอบข่ายดังนี้

1.1 เพื่อสร้างความชอบธรรม ป้องกันตนเอง หรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม หรือ

1.2 ติชม ด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ

1.3 การแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมอันเปิดเผยในศาล หรือการประชุม

2. การทำการดูหมิ่น ซึ่งการดูหมิ่นหมายถึงการดูถูก เหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย เป็นการลดคุณค่าคน เช่นเป็นคำด่า คำหยาบคาย สบประมาท หรือกระทำด้วยกริยาอื่นๆ ต้องเข้ากับบทบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องการดูหมิ่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 หรือ

3. แสดงความอาฆาตมาดร้าย หมายถึง ขู่ว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่ายกายในอนาคต

มาตรา 112 บางครั้งถูกเรียกย่อๆ ว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่มีความหมายกว้างกว่าเนื้อหาจริงๆ ที่กฎหมายบัญญัติไว้ ศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ จึงใช้คำเรียก มาตรา 112 อย่างย่อว่า “กฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ” แทน

2.โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

จำคุกขั้นต่ำสุดคือ 3 ปี หรืออาจจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี เช่นศาลอาจพิจารณาโทษให้จำคุก 7 ปี ก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรืออาจพิพากษาให้จำคุก 14 ปี ก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 15 ปี

3.เปรียบเทียบบทลงโทษ มาตรา 112 มาตรา 326 และมาตรา 393 ซึ่งเป็นกรณีเกี่ยวกับการหมิ่นเหมือนกัน

Scales of justice and Gavel on wooden table and Lawyer or Judge working with agreement in Courtroom, Justice and Law concept.

เมื่อพิจารณาแล้ว ความผิดตามมาตรา 112 นั้นเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาท การดูหมิ่น หรือการอาฆาตมาดร้าย ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โทษที่ว่าด้วยความผิดนี้ สูงกว่าโทษความผิดว่าด้วยเรื่องการหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และโทษสูงกว่าความผิดว่าด้วยเรื่องการดูหมิ่นบุคคลทั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 ดังนี้

บทลงโทษตามมาตรา 112 คือ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

บทลงโทษตามมาตรา 326 คือ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทลงโทษตามมาตรา 393 คือ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

กล่าวคือการที่โทษของมาตรา 112 สูงกว่าโทษหมิ่นประมาท หรือการดูหมิ่นทั่วไป เพราะจุดมุ่งหมายของมาตรา 112 มุ่งเน้นที่การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานประมุขของรัฐ

แต่บ่อยครั้งที่มาตรา 112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าโทษนี้สูงเกินกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่

คดีดังที่ถูกฟ้องด้วยมาตรา 112

  • คดีนพวรรณ (คดี Bento )  คดีหมายเลขดำที่ อ.1257/2552 วันที่ 10-04-2009 คดีหมายเลขแดงที่ อ.599/2554 วันที่ 31-01-2011
  • คดีสุรภักดิ์ คดีหมายเลขดำที่ อ. 4857/2554 วันที่ 25-11-2008  คดีหมายเลขแดงที่ อ. 4008/2555 วันที่ 25-01-2013
  • คดีอำพล (อากง SMS) คดีหมายเลขดำที่ อ.311/2554 คดีหมายเลขแดงที่ อ.4726/2554
  • คดีอุทัย (แจกใบปลิว) คดีหมายเลขดำที่ อ.1292/2555 วันที่ 05-04-2012
  • คดีณัชกฤช คำพิพากษาฎีกาที่ 6374/2556 เป็นคำพิพากษาเกี่ยวกับการดูหมิ่นรัชกาลที่4 ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ในอดีต

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและเข้าใจง่ายว่าเช่นไรผิดตาม มาตรา 112 คือ เช่น ฎีกาที่ 1249/2521 มีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ประชาชนยืนตรง ซึ่งขณะเปิดเพลงอยู่นั้น จำเลยกล่าวว่า “เฮ้ยเปิดเพลงอะไรโว้ย ฟังไม่รู้เรื่อง” และไม่ยืนตรง ถ้อยคำที่กล่าวข้างต้นเป็นความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 112

สรุป

แม้มาตรา 112 เป็นกฎหมายที่ใช้คุ้มครองสิทธิของประมุขของรัฐ แต่ก็มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงเกิดคำถามขึ้นว่าในการพิจารณาโทษนี้สูงเกินกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงนั้นหรือไม่ เมื่อเทียบกับมาตราอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ดี เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากกฎหมายมาตรานี้ยังคงถูกนำมาใช้และมีผลกระทบกับคนที่เห็นต่างทางการเมืองอย่างไม่ถูกต้องแล้ว หรือใช้ในแง่เครื่องมือทางการเมืองของอีกฝ่ายพรรคการเมือง ก็อาจจะถูกเสนอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอีก และต้องไม่กระทบต่อสถาบัน ซึ่งสุดท้ายแล้วการเปลี่ยนแปลงจะมีผลก็จำเป็นต้องมีองค์กรรัฐสภาที่ ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่พร้อมลงมติเห็นด้วยกับข้อเสนอเท่านั้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่